คลังความรู้ › คริปโต · อ่าน 6 นาที

ฝากคริปโตไว้กับแพลตฟอร์ม ใครเป็นเจ้าของ และเมื่อถอนไม่ได้ต้องทำอย่างไร (คริปโตกับกฎหมาย ตอนที่ 2)

คำตอบสั้น: เหรียญที่ลูกค้าฝากไว้กับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตยังเป็นทรัพย์สินของลูกค้า ผู้ให้บริการมีหน้าที่เก็บรักษาแยกจากทรัพย์สินของตนตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. แต่บริการฝากเหรียญรับผลตอบแทนบางประเภทอาจมีเงื่อนไขให้นำเหรียญไปใช้ต่อหรือโอนไปบริษัทอื่น เมื่อแพลตฟอร์มระงับการถอน ให้เก็บหลักฐานทันที ตรวจยอดทรัพย์ แจ้งผู้ให้บริการเป็นหนังสือ ร้องเรียน ก.ล.ต. และพิจารณาดำเนินคดีภายในกำหนดเวลา

กระเป๋าซื้อขาย กับ บริการฝากรับผลตอบแทน ไม่เหมือนกัน

  • กระเป๋าซื้อขายปกติ ผู้ให้บริการเก็บรักษาเหรียญแทนลูกค้า ต้องจัดทำบัญชีแยกรายลูกค้า และเก็บแยกจากทรัพย์สินของบริษัท
  • บริการฝากเหรียญรับผลตอบแทน ผลตอบแทนต้องมาจากที่ใดที่หนึ่ง เงื่อนไขอาจให้นำเหรียญไปให้กู้ยืม ลงทุนต่อ หรือโอนไปบริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ความเสี่ยงจึงสูงกว่ากระเป๋าซื้อขายมาก

ยอดที่แสดงในแอปเป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการบันทึก ไม่ได้พิสูจน์โดยลำพังว่าเหรียญยังอยู่ในความครอบครองของบริษัทจริง

อ่านเงื่อนไขส่วนใดเป็นพิเศษ

  1. คู่สัญญาเป็นบริษัทใด และกฎหมายของประเทศใดใช้บังคับ
  2. ผู้ให้บริการนำเหรียญไปใช้ได้หรือไม่ และนำไปทำอะไร
  3. ระยะเวลาล็อก เงื่อนไขการถอน และสิทธิระงับการถอน
  4. การเปลี่ยนเงื่อนไขภายหลัง ต้องแจ้งอย่างไร และลูกค้ากดยอมรับเมื่อใด

เก็บเงื่อนไขทุกฉบับที่เคยยอมรับ เพราะฉบับที่ใช้บังคับคือฉบับในวันทำธุรกรรม ไม่ใช่ฉบับล่าสุดเสมอไป

เมื่อแพลตฟอร์มระงับการถอน ทำอะไรก่อน

  1. บันทึกภาพหน้าจอยอดทรัพย์แยกรายเหรียญทุกกระเป๋า และบันทึกวิดีโอการกดถอนที่ไม่สำเร็จ ให้เห็นวันที่และข้อความแจ้งเตือน
  2. ดาวน์โหลดรายงานธุรกรรม รายงานฝากถอน และรายงานสินทรัพย์เท่าที่ระบบยังให้ดาวน์โหลดได้
  3. เก็บประกาศระงับบริการ อีเมล และข้อความจากฝ่ายบริการลูกค้าฉบับเต็ม พร้อมวันที่
  4. ทำหนังสือถึงผู้ให้บริการขอให้คืนหรือโอนทรัพย์ ระบุบัญชี เหรียญ และจำนวน เก็บหลักฐานการส่ง
  5. ร้องเรียนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมหลักฐาน
  6. ปรึกษาทนายเรื่องกำหนดเวลาร้องทุกข์และดำเนินคดี ก่อนเวลาผ่านไป

อย่าส่งรหัสผ่านหรือ OTP ให้ใคร แม้อ้างว่าจะช่วยกู้ทรัพย์คืน และอย่าโอนเงินเพิ่มเพื่อ "ปลดล็อก" บัญชี

การเรียกทรัพย์คืนทำได้ทางไหน

  • ทางแพ่ง ฟ้องให้คืนทรัพย์หรือใช้ราคา และค่าเสียหายตามสัญญาหรือฐานละเมิด
  • ทางอาญา ถ้าข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบความผิด เช่น ฉ้อโกงหรือยักยอก ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือฟ้องคดีเองต่อศาลได้ (รายละเอียดในตอนที่ 3)

ช่องทางที่เหมาะขึ้นกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และสถานะทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิด การฟ้องคดีไม่ได้หมายความว่าจะได้ทรัพย์คืนเสมอ

ตัวอย่างสมมติ

นาง ข. ฝากเหรียญในบริการรับผลตอบแทนรายวัน ต่อมาแพลตฟอร์มประกาศระงับการถอนเพราะบริษัทคู่สัญญาที่ต่างประเทศมีปัญหาสภาพคล่อง นาง ข. บันทึกยอดทรัพย์ ดาวน์โหลดรายงาน เก็บประกาศ และส่งหนังสือขอคืนทรัพย์ แล้วนำเอกสารทั้งหมดไปร้องเรียนและปรึกษาทนาย ตัวอย่างนี้สมมติขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คดีจริง

คำถามที่พบบ่อย

แพลตฟอร์มปิดตัว เหรียญของเรากลายเป็นของบริษัทไหม
ไม่ เหรียญที่เก็บรักษาแทนลูกค้ายังเป็นของลูกค้า แต่การติดตามคืนขึ้นกับว่าเหรียญยังอยู่ที่ใด และเงื่อนไขบริการให้นำไปใช้ต่อหรือไม่

ยอดในแอปยังขึ้นครบ แปลว่าทรัพย์ยังอยู่ใช่ไหม
ไม่แน่เสมอ ยอดในแอปเป็นข้อมูลที่ระบบบันทึก ต้องตรวจประกอบกับรายงานธุรกรรมและข้อมูลอื่น

ต้องส่งหนังสือทวงถามก่อนแจ้งความไหม
ไม่ใช่เงื่อนไขของการดำเนินคดีอาญาทุกฐาน แต่หนังสือทวงถามและคำตอบเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์

อ่านต่อในซีรีส์

อ้างอิง: พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหลักเกณฑ์การเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของสำนักงาน ก.ล.ต.

มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้

ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารเบื้องต้นให้ทนายประเมินทาง LINE OA แล้วสำนักงานจะแจ้งแนวทางและค่าบริการก่อนเริ่มงาน

ปรึกษาทาง LINE OA @pamooklaw

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะคดี หากต้องการประเมินข้อเท็จจริงของคุณ ติดต่อสำนักงานเพื่อนัดปรึกษา

บทความหมวดเดียวกัน

คริปโตในสายตากฎหมายไทย ใครกำกับ และต้องตรวจอะไรก่อนใช้บริการ (คริปโตกับกฎหมาย ตอนที่ 1)ฐานความผิดอาญาที่พบในคดีคริปโต: ฉ้อโกงประชาชน ยักยอก และข้อมูลเท็จทางคอมพิวเตอร์ (คริปโตกับกฎหมาย ตอนที่ 3)เก็บหลักฐานคดีคริปโตอย่างไรให้ใช้ได้จริง (คริปโตกับกฎหมาย ตอนที่ 4)
LINEปรึกษาทนาย