คลังความรู้ › มรดก · อ่าน 7 นาที

พี่น้องไม่ยอมแบ่งมรดก หรือผู้จัดการมรดกยึดทรัพย์ไว้เอง ฟ้องแบ่งมรดกได้อย่างไร

ข้อพิพาทมรดกส่วนใหญ่เกิดในครอบครัวเดียวกัน ทายาทหลายคนจึงลังเลที่จะใช้สิทธิ และบางครั้งรอจนเลยกำหนดเวลาตามกฎหมาย บทความนี้อธิบายว่าเมื่อไรควรลงมือ และกฎหมายให้ทางเลือกอะไรบ้าง

สถานการณ์ที่พบบ่อย

  • ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินเข้าชื่อตัวเอง แล้วไม่แบ่งให้พี่น้อง
  • ทายาทคนหนึ่งอยู่ในบ้านมรดก ไม่ยอมขายและไม่ยอมแบ่ง
  • ทรัพย์มรดกถูกขายไปโดยทายาทคนอื่นไม่รู้
  • ผู้จัดการมรดกไม่ทำบัญชี และไม่ยอมแจ้งว่ามีทรัพย์อะไรบ้าง

ขั้นแรก: รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้ส่วนเท่าไร

หากผู้ตายมีคู่สมรส ต้องแยกสินสมรสครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสก่อน ส่วนที่เหลือจึงเป็นมรดก จากนั้นแบ่งตามลำดับทายาทโดยธรรม ทายาทลำดับที่ใกล้กว่าตัดลำดับที่ไกลกว่า ยกเว้นบิดามารดาของผู้ตายที่ได้ส่วนแบ่งเท่ากับบุตร (มาตรา 1630) และคู่สมรสได้ส่วนแบ่งตามมาตรา 1635

อายุความ: เรื่องที่ต้องระวังที่สุด

  • ฟ้องเรียกมรดกภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย (มาตรา 1754)
  • ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันอยู่ ฟ้องขอแบ่งได้แม้พ้น 1 ปีแล้ว (มาตรา 1748)
  • คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกที่ฟ้องผู้จัดการมรดก ต้องฟ้องภายใน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง (มาตรา 1733 วรรคสอง)

อีกฝ่ายมักยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ในคดีมรดก และการนับวันเริ่มต้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ถ้าเวลาผ่านมานานแล้ว ควรให้ทนายตรวจโดยเร็ว

ทางเลือกก่อนฟ้อง

  1. ขอดูบัญชีทรัพย์มรดกจากผู้จัดการมรดก
  2. ส่งหนังสือบอกกล่าวให้แบ่งมรดกภายในเวลาที่กำหนด
  3. ไกล่เกลี่ยระหว่างทายาท ซึ่งศาลก็มีศูนย์ไกล่เกลี่ยให้ใช้แม้ฟ้องคดีแล้ว

ฟ้องขออะไรได้บ้าง

  • ให้แบ่งทรัพย์มรดกตามส่วนของตน
  • ให้เพิกถอนการโอนที่ผู้จัดการมรดกโอนให้ตัวเองหรือบุคคลอื่นโดยมิชอบ
  • ให้ถอนผู้จัดการมรดกและตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ (มาตรา 1727)
  • หากแบ่งตัวทรัพย์ไม่ได้ เช่น บ้านหลังเดียว ขอให้ประมูลกันระหว่างทายาท หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงิน

ทายาทที่ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์

ทายาทที่ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยรู้ว่าทำให้ทายาทอื่นเสียประโยชน์ ถ้าทำเกินกว่าส่วนที่ตนจะได้ จะถูกกำจัดมิให้รับมรดกเลย ถ้าเท่าหรือน้อยกว่าส่วนของตน จะถูกกำจัดเฉพาะส่วนที่ยักย้ายหรือปิดบังไว้ (มาตรา 1605)

เอกสารที่ควรเตรียม

  • มรณบัตรและทะเบียนบ้านของผู้ตาย
  • เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส
  • คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
  • สำเนาโฉนดหรือสารบัญจดทะเบียน ซึ่งแสดงประวัติการโอนที่ดิน
  • ข้อความแชตหรือหนังสือที่ขอให้แบ่งแล้วถูกปฏิเสธ

คำถามที่พบบ่อย

ฟ้องพี่น้องแล้วจะเสียความสัมพันธ์หรือไม่
หลายคดีตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ย การมีทนายช่วยเจรจาตั้งแต่ก่อนฟ้องช่วยให้คุยกันบนข้อกฎหมาย ไม่ใช่อารมณ์

ค่าธรรมเนียมศาลเท่าไร
คดีเรียกทรัพย์มรดกเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ค่าขึ้นศาลคิดตามมูลค่าส่วนที่เรียกร้อง ตามตารางค่าธรรมเนียมท้าย ป.วิ.พ. ทนายจะคำนวณให้ก่อนยื่นฟ้อง

อ้างอิง: ป.พ.พ. มาตรา 1605, 1630, 1635, 1727, 1733, 1748, 1754

มีปัญหามรดกในครอบครัว ปรึกษาทนายก่อนเลยกำหนดเวลา

ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารเบื้องต้นให้ทนายประเมินทาง LINE OA แล้วสำนักงานจะแจ้งแนวทางและค่าบริการก่อนเริ่มงาน

ปรึกษาทาง LINE OA @pamooklaw

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะคดี หากต้องการประเมินข้อเท็จจริงของคุณ ติดต่อสำนักงานเพื่อนัดปรึกษา

บทความหมวดเดียวกัน

ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ต้องใช้เอกสารอะไร ขั้นตอนและระยะเวลาเท่าไรพินัยกรรมผิดแบบ ปลอม หรือถูกบังคับให้ทำ คัดค้านหรือเพิกถอนพินัยกรรมได้อย่างไรทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ และอายุความฟ้องคดีมรดก
LINEปรึกษาทนาย