คลังความรู้ › มรดก · อ่าน 7 นาที
ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ต้องใช้เอกสารอะไร ขั้นตอนและระยะเวลาเท่าไร
เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ทายาทมักพบว่าธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือกรมการขนส่งทางบก ขอ "คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก" ก่อนยอมให้ถอนเงินหรือโอนทรัพย์ บทความนี้สรุปว่าใครยื่นได้ ต้องเตรียมอะไร และหลังได้คำสั่งแล้วผู้จัดการมรดกมีหน้าที่อะไรบ้าง
ผู้จัดการมรดกคือใคร
ผู้จัดการมรดกคือผู้มีอำนาจรวบรวมทรัพย์ของผู้ตาย ชำระหนี้ของผู้ตาย และแบ่งทรัพย์ที่เหลือให้ทายาททุกคนตามสิทธิ ผู้จัดการมรดกไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ แม้ทรัพย์จะโอนมาอยู่ในชื่อของตนระหว่างจัดการก็ตาม
ใครยื่นคำร้องได้
ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าหนี้ของเจ้ามรดก หรือพนักงานอัยการ (ป.พ.พ. มาตรา 1713) ส่วนผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ ได้แก่ ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลล้มละลาย (มาตรา 1718)
ยื่นที่ศาลไหน
ยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตขณะถึงแก่ความตาย (ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา) ดูได้จากทะเบียนบ้านของผู้ตาย
เอกสารที่ต้องเตรียม
- มรณบัตร และทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่า "ตาย"
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้อง
- ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า ของผู้ตาย
- สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของทายาททุกคน และมรณบัตรของทายาทที่เสียชีวิตไปก่อน
- บัญชีเครือญาติ แสดงทายาททุกคนของผู้ตาย
- หลักฐานทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก ทะเบียนรถ ใบหุ้น
- หนังสือให้ความยินยอมของทายาทคนอื่น พร้อมสำเนาบัตรประชาชน
- พินัยกรรม (ถ้ามี)
เอกสารที่ขาดบ่อยที่สุดคือหนังสือยินยอมของทายาทที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ควรเริ่มติดต่อตั้งแต่วันแรก
ขั้นตอนและระยะเวลา
- รวบรวมเอกสารและจัดทำบัญชีเครือญาติ
- ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล
- ศาลประกาศคำร้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคัดค้าน
- ผู้ร้องมาศาลในวันนัดไต่สวนเพื่อเบิกความ
- ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก
- เมื่อพ้นระยะอุทธรณ์ ขอคัดคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด แล้วนำไปติดต่อธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน
คดีที่ไม่มีผู้คัดค้าน โดยทั่วไปใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนนับแต่ยื่นคำร้องจนได้คำสั่ง ขึ้นอยู่กับศาลแต่ละแห่ง และผู้ร้องมักไปศาลเพียงวันไต่สวน หากมีผู้คัดค้าน เรื่องจะกลายเป็นคดีพิพาทและใช้เวลานานขึ้น
ได้คำสั่งแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
- ทำบัญชีทรัพย์มรดกให้เสร็จภายใน 1 เดือน (มาตรา 1728)
- จัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายหรือนับแต่ได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ศาลหรือทายาทกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1732)
- หากมีผู้จัดการมรดกหลายคน ต้องตัดสินใจร่วมกันตามเสียงข้างมาก (มาตรา 1726)
- หากละเลยหน้าที่ ทายาทขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ (มาตรา 1727) และผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาท
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- บัญชีเครือญาติไม่ครบ เช่น ลืมบุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้ว ทำให้ถูกคัดค้านภายหลัง
- ไม่แยกสินสมรสครึ่งหนึ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตออกก่อนแบ่งมรดก
- ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตัวเองแล้วไม่แบ่ง ซึ่งอาจถูกฟ้องเพิกถอนการโอน และอาจมีความผิดอาญาฐานยักยอก
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
ได้ในบางกรณี เช่น ทายาทตกลงกันได้และหน่วยงานยอมให้ดำเนินการโดยไม่มีคำสั่งศาล แต่ถ้ามีทายาทหลายคน ความเห็นไม่ตรงกัน หรือธนาคารขอคำสั่งศาล ควรยื่นคำร้องต่อศาล
ทายาทคนอื่นไม่ยอมเซ็นยินยอม ยังยื่นได้หรือไม่
ยื่นได้ แต่ทายาทคนนั้นอาจยื่นคัดค้าน ควรประเมินข้อเท็จจริงและเตรียมพยานหลักฐานไว้ก่อน
อ้างอิง: ป.พ.พ. มาตรา 1713, 1718, 1726, 1727, 1728, 1732 และ ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา
ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารเบื้องต้นให้ทนายประเมินทาง LINE OA แล้วสำนักงานจะแจ้งแนวทางและค่าบริการก่อนเริ่มงาน
ปรึกษาทาง LINE OA @pamooklawบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะคดี หากต้องการประเมินข้อเท็จจริงของคุณ ติดต่อสำนักงานเพื่อนัดปรึกษา
